เรื่องผี เรื่องเล่าสยองขวัญ – ผีอำ | ผีอำมีจริงมั้ย? | แก้ผีอำยังไง

image_pdfดาวน์โหลดไฟล์ PDF




Mongkond เรื่องผี เรื่องเล่าสยองขวัญ EP18 - ผีอำ ผีอำมีจริงมั้ย แก้ผีอำยังไง

เรื่องราวที่นำเสนอเป็นความเชื่อส่วนบุคคลโปรดใช้วิจารณญาณ

เรื่องผี เรื่องเล่าสยองขวัญ – ผีอำ | ผีอำมีจริงมั้ย? | แก้ผีอำยังไง

ผีอำ อาการคล้ายเจอผีที่หลายคนเคยเป็น ขยับตัวไม่ได้ เหมือนมีใครมานั่งทับบนหน้าอก มันคืออะไรกันแน่ วันนี้พี่ราตรีจะมาแถลงไขให้ฟัง

จากคำบอกเล่าของคนส่วนใหญ่ที่เคยมีอาการผีอำ จะมีอาการแบบครึ่งหลับครึ่งตื่น รู้สึกหมดแรง ไม่สามารถขยับตัวได้ แขนขาขยับไม่ได้ พยายามจะอ้าปากพูด แต่ก็พูดไม่ได้ เสียงไม่ออกมา รวมไปถึงมีอาการอึดอัด หายใจไม่ออก รู้สึกเหมือนมีคนมาทับที่หน้าอก บางคนอาจฝันร้าย เห็นภาพหลอน ได้ยินเสียงปริศนา โดยอาการเหล่านี้จะมาแบบชั่วครั้งชั่วคราว แต่ละครั้งจะกินเวลาไม่นาน และเมื่อตื่นขึ้น หรือหลุดจากอาการผีอำ คนคนนั้นจะเกิดอาการตื่นกลัวจนตัวสั่น เหงื่อออกมา รู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะเหมือนว่าตัวเองเพิ่งฟื้นจากความตาย

มีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับเรื่องผีอำ บางคนถึงขนาดถูกผีหื่นมาอำ ปล้ำทุกคืน เรื่องมีอยู่ว่า ขณะที่เค้ากำลังนั่งทำงานช่วงกลางดึกและรู้สึกเหนื่อยมาก นั่งทำงานจนกระทั่งตี 4 เลยไปนอนพักผ่อน พอนอนไปได้สักพัก เค้าก็รู้สึกว่า ตัวเริ่มชา และขยับตัวไม่ได้ ช่วงนั้นเค้ายังไม่ได้หลับเลย แค่นอนหลับตาเฉยๆ รู้สึกตัวและมีสติตลอดเวลา ตอนนั้น เค้าเห็นว่ามีผีผู้ชาย เป็นเงาดำๆ มานั่งค่อมอยู่บนตัว เค้าหายใจไม่ออก พูดไม่ได้ ออกเสียงไม่ได้ ในใจก็คิดว่าถูกผีอำแน่เลย แต่แล้ว เค้าก็ได้ยินเสียงหายใจที่ต้นคอ และข้างๆ หู ได้ยินชัดเจนมาก เหมือนมีคนมานอนหลับอยู่ข้างๆ ผีตัวนั้นพูดว่า จะดูดและจับหน้าอก พูดแบบเสียงหื่นกระหาย พอพูดเสร็จ ผีก็เอามือมาจับหน้าอก จนรู้สึกขนลุกทั้งตัว แถมโดนกอดรัดอีก พยายามสู้ แต่ก็ดิ้นไม่หลุด ตอนนั้น โดนผีปล้ำและลวนมาก สุดท้ายเค้าพยายามรวบรวมสติ นึกถึงสิ่งที่คอยปกป้องคุ้มครอง และพยายามจะลุกขึ้น พอเค้าเริ่มขยับได้ หลุดออกจากตรงนั้น ผีก็หายไป เค้ารู้สึกเหนื่อยมาก หายใจไม่ทัน และยังรู้สึกขนลุกจากการโดนสัมผัสอยู่เลย



และบางคนก็เคยเจอผีขณะถูกผีอำถึง 3 คนด้วยกันเลยทีเดียว เค้าคนนี้ปกติเป็นคนนอนหลับยาก ก่อนจะหลับก็ต้องพลิกตัวไปมา นอนคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนกว่าจะหลับ คืนนั้นก็เช่นกัน ขณะที่เคลิ้มๆ กำลังจะหลับ เค้าก็รู้สึกหวิวๆ ชาๆ เย็นวาบอย่างบอกไม่ถูก พร้อมกับได้ยินเสียงแว่วๆ มาแต่ไกล แล้วก็ค่อยๆ ใกล้เข้ามาจนถึงหูของเค้า มันเป็นเสียงของคนหลายคนถกเถียงกัน ในภาษาที่เค้าไม่รู้จัก เมื่อเสียงนั้นมาอยู่ที่ข้างหู เค้าก็ขยับตัวไม่ได้อีกเลย พยายามดิ้นก็ยังขยับตัวไม่ได้ ร้องก็ร้องไม่ออก เค้าก็พยายามลืมตาขึ้นมาได้หน่อยนึง เห็นเป็นเงาสีดำนั่งล้อมเค้าอยู่ถึง 3 เงา พอเค้าเห็นอย่างนั้นก็หลับตาปี๋พร้อมกลัวสุดขีด พยายามจะดิ้นหนี แต่กลายเป็นนอนนิ่ง ตัวเย็นเฉียบ สิ่งถึงนึกออกคือการท่องนะโม เค้าก็ท่องวนไปอยู่อย่างนั้น ก็ยังขยับไม่ได้สักที จนมีเสียงพูดขึ้นมาว่า “จะลองดีกับกูหรอ” เสียงนั้นทำให้เค้าแทบหยุดหายใจ เค้าหยุดท่องนะโมทันที เพราะกลัวว่าผีจะโกรธแล้วมานั่งค่อมบีบคอ จะยิ่งหนักกว่าเดิม เค้าหยุดทุกสิ่ง ไม่ดิ้นขัดขืน อยากอำ อำไปเลย อำให้พอใจ พอสักครู่นึง ก็รู้สึกเหมือนมีใครยกอะไรหนักๆ ออกจากตัว แล้วเค้าก็เริ่มขยับได้ และหลุดออกจากอาการผีอำ

ในเรื่องผีอำนี้ คนโบราณเชื่อกันว่า คนที่ถูกผีอำ มักจะเกิดจากการทำผิดประเพณีบางอย่าง เช่น นอนหันศีรษะไปผิดทิศ ก่อนนอนไม่ได้สวดมนต์ นอนขวางธรณีประตู นอนตรงกับขื่อ นอนหันเท้าไปทางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือพระพุทธรูป รวมไปถึงการเจอวิญญาณมาหลอกหลอน ความเชื่อเหล่านี้ มีในทุกวัฒนธรรม ทุกเชื้อชาติ ทุกภาษา แตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น การแก้ไขก็แตกต่างกันออกไป



ในเรื่องของความเชื่อเรื่องผีอำนั้น มีวิธีป้องกันผีอำ ที่ได้ผลดี อย่างแรกคือ การสวดมนต์ก่อนนอน อาราธนาคุณพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง เพราะเชื่อว่าหากจิตมีที่พึ่งแล้ว จะมีสติ และไม่เกรงกลัวต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้น นอกจากนี้ การฝึกสมาธิก่อนนอน จะช่วยทำให้มีสติ หากเกิดอาการผีอำขึ้น จะรู้สึกตัวได้ไว และหลุดจากภาวะนั้นๆ ได้ง่าย หากใครไม่ได้สวมพระไว้ ให้อาราธนาพระเครื่องขึ้นคอ จะเป็นพระเครื่องรุ่นใดก็ได้ที่เราเคารพนับถือ ให้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ และคุ้มครองเรา หากคิดว่าการป้องกันแค่นี้ยังไม่พอ พี่ราตรีขอแนะนำให้ลองใช้เครื่องรางกันผีดู อาทิเช่น ยันต์ท้าวเวสสุวรณ มีดหมอ หรือเบี้ยแก้ ให้พกติดตัวไว้ตลอด เพราะเครื่องรางสามสิ่งนี้ มีอานุภาพที่สามารถกันผีได้ดีเยี่ยม

แต่ถ้าไม่สามารถป้องกันผีมาอำได้ และมีอาการโดนผีอำแล้ว ให้ใช้วิธีแก้คือ ให้มีสติ ดึงสติกลับมาให้ได้ แล้วสวดมนต์บทไหนก็ได้ที่นึกออก บทสวดที่แนะนำ คือบทสวดไตรสรณคมน์ ชินบัญชร และมงกุฎพระพุทธเจ้า เพราะมีความเชื่อว่า อานุภาพแห่งพระพุทธคุณ จะช่วยให้พ้นภัยได้ รวมทั้งการแผ่เมตตา และในขณะที่สวดมนต์นั้น ให้พยายามขยับปาก ออกเสียงให้ได้มากที่สุด ก็จะทำให้หลุดจากอาการผีอำได้ไวขึ้น

หากยังไม่ดีขึ้น ให้ลองสวดมนต์บูชาท้าวเวสสุวรรณ เพราะท่านเป็นหนึ่งในท้าวจตุโลกบาล ผู้มีหน้าที่ปกครองดูแลยักษ์และภูตผีปีศาจต่างๆ พวกผีสางมักจะเกรงกลัว บทสวดมีอยู่ว่า “อิติปิ โส ภะคะวา ยมมะราชาโน ท้าวเวสสุวรรณโณ มะระณัง สุขัง อะหัง สุคะโต นะโม พุทธายะ ท้าวเวสสุวรรณโณ จาตุมะหาราชิกา ยักขะ พันตาภัทภูริโต เวสสะ พุสะ พุทธัง อะระหัง พุทโธ ท้าวเวสสุวรรณโณ นะโม พุทธายะ”

และสิ่งที่ควรปฏิบัติอย่างยิ่งขณะมีอาการผีอำคือ อย่าไล่ผีโดยการด่า การแช่ง เพราะความโกรธแค้นไม่ได้ช่วยอะไร รังแต่จะทำให้ตัวเราเอง เกิดความพยาบาทเท่านั้น แต่สุดท้าย การเป็นมิตรกับผีจะดีกว่า จะได้ไม่โดนผีอำบ่อยๆ



อย่างไรก็ดี อาการผีอำและวิธีการแก้ไขข้างต้นนี้ เป็นความเชื่อทางไสยศาสตร์มาแต่โบราณ แต่ในหลักวิทยาศาสตร์นั้น ก็ได้มีคำอธิบายของอาการเหล่านี้ไว้ด้วยเช่นกัน ตามหลักวิทยาศาสตร์ อาการผีอำ หรือที่เรียกว่า Sleep Paralysis หรืออาการเป็นอัมพาตขณะหลับ ทำให้ร่างกายไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ ซึ่งกว่าดวงตาจะเปิดอย่างเต็มที่ ก็ต้องใช้เวลาราวๆ 15 นาที อาการผีอำ จึงจะหมดไปอย่างช้าๆ อาการนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย และคนส่วนใหญ่ จะมีอาการผีอำในขณะที่นอนหงายบนเตียง หรืออยู่ในท่าที่ไม่สบายตัว ส่วนเรื่องภาพน่ากลัวต่างๆ ที่เกิดขึ้น ในทางวิทยาศาสตร์ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ชัดเจนนัก แต่สันนิษฐานไว้ว่า อาจเป็นภาวะการตีความของสมองในช่วงระยะเวลานั้น ทำให้เกิดภาพหลอนนั่นเอง

แต่ทำไมในขณะที่มีอาการผีอำ เราถึงขยับไม่ได้ล่ะ?
เรื่องนี้ถูกอธิบายเอาไว้ว่า การหลับจะมีอยู่หลายระดับ แต่มีเพียงระดับเดียวเท่านั้น ที่ตาของเราจะกลอกไปมาขณะที่ปิดอยู่ ซึ่งเรียกภาวะนี้ว่า การหลับตื้น หรือ การหลับไม่สนิท เป็นภาวะที่สมองยังคงทำงานอยู่ ตอบสนองแต่สิ่งเร้า หรือที่เรียกกันว่า กึ่งหลังกึ่งตื่นนั่นเอง ซึ่งเมื่อเราหลับถึงภาวะนี้ เราจะรู้สึกว่าความฝันนั้น แทบจะเหมือนความจริงมากๆ และสมองของเราในภาวะนี้ จะมีการทำงานเทียบเท่ากับตอนกลางวันเลยทีเดียว และส่วนใหญ่ผู้คน ก็จะเริ่มมีอาการผีอำกันในภาวะการหลับตื้นนี้นี่แหละ



ในทางวิทยาศาสตร์บอกสาเหตุของอาการผีอำเอาไว้ว่า อาจเกิดจากการอดนอนหรือนอนไม่พอ การเข้านอนผิดเวลา โดยเฉพาะในช่วงโพล้เพล้ ซึ่งเป็นช่วงกึ่งสว่างกึ่งมืด ทำให้ร่างกายหลับได้ไม่สนิทดี ส่งผลให้อาจเกิดฝันร้าย หรือมีอาการผีอำได้มาก รวมถึงอาการของโรคต่างๆ อาทิ โรคเครียด ไมเกรน โรควิตกกังวล โรคลมหลับ รวมถึงปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ

อาการผีอำนี้ จะหายไปได้เองภายใน 10 – 15 นาที ดังนั้น แค่เรานอนเฉยๆ ไม่นานอาการก็จะหายไป แต่ถ้าหากใครรู้สึกอยากออกจากอาการผีอำโดยเร็ว ให้ลองพยายามขยับกล้ามเนื้อตา กล้ามเนื้อนิ้ว หรืออะไรที่เล็กๆ ดูก่อน เพราะหากขยับได้ จะทำให้เราหลุดออกจากอาการได้ทันที

และเนื่องจากอาการผีอำไม่ได้ส่งผลอันตรายต่อร่างกายโดยตรง ดังนั้นยังไม่มีวิธีการักษาอาการผีอำที่แน่นอน เพียงแค่มีแนวทางที่ควรปฏิบัติคือ ให้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับวงจร และระยะของการนอน อาทิ การหลับตื้น การหลับลึก และให้ตั้งสติให้ดี ฝึกทักษะการหายใจเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด



หากไม่อยากมีอาการผีอำ ก็มีวิธีการป้องกันได้ เนื่องจากอาการผีอำได้เกิดจากพฤติกรมบางอย่างของเราด้วย โดยควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ปรับไฟในห้องนอนให้สลัวๆ เพื่อสร้างบรรยากาศก่อนนอน ทำจิตใจให้ผ่อนลาย อาจจะสวดมนต์ไหว้พระ หากสามารถอาบน้ำอุ่น หรือแช่เท้าในน้ำอุ่นก่อนเข้านอนได้ ก็จะช่วยให้ผ่อนคลายขึ้น และในขณะที่เข้านอน ให้เปิดเพลงบรรเลงหรือเสียงธรรมชาติเบาๆ เพื่อขับกล่อมให้นอนหลับง่ายขึ้น

อาการผีอำเป็นอาการที่ดูไม่รุนแรง แต่เราไม่ควรมองข้าม เนื่องจากมันเป็นสัญญาณบ่งบอกเราทางอ้อมว่า ร่างกายของเราต้องการการพักผ่อนที่ดีกว่าเดิม พี่ราตรีขอแนะนำว่า หากมีอาการผีอำควรลองปรับพฤติกรรมการนอนดูก่อน แต่ถ้าหากยังมีอาการผีอำบ่อยๆ ควรไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาและหาทางออกที่ถูกต้องจะดีที่สุด

ขอขอบคุณ tnewscatdumb , cosmenet , thestandard , petcharavej , pobpad , kapook , เรื่องผี Pantip , เรื่องผี Pantip

📌หมายเหตุ📌
– พี่ราตรีอาจมีการเปลี่ยนแปลงบางคำพูดหรือสำนวน เพื่อให้ง่ายต่อการเล่าเรื่องราว และฟังลื่นหูนะคะ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ 🙏



🔻🔻ติดตามพี่ราตรี🔻🔻
– Youtube: https://tiny.cc/mongkond
– Facebook: https://facebook.com/mongkondTH/
– Twitter: https://twitter.com/MongkondTH
– Website: https://mongkond.com

image_pdfดาวน์โหลดไฟล์ PDF

Leave a Reply